5 อันดับดีเจ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง

5 อันดับดีเจ  ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง

ดีเจหล่อมีเยอะ ดีเจเก่งๆ ก็มีเยอะ แต่ดีเจที่ทั้งหล่อและเก่งแบบที่ได้รับการยอมรับและสาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันทั่วทั้งโลกนั้นอาจมีไม่เยอะมากนัก

วันนี้แอดเอาใจสาวๆ ด้วยการจัดลิสต์ 5 ดีเจ ที่ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ มาบอกต่อกันครับ ตามมากรี๊ดกันได้เลย

Calvin Harris นักแต่งเพลงและนักร้องชาวสกอตแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่มาอย่างยาวนานด้วยความสามารถและพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เด็ก หลังจากที่แมวมองได้ไปเจอผ่านเว็บไซต์ My Space และได้เซ็นสัญญากับ EMO และ Sony BMG จนมีเพลงฮิตออกมามากมาย ถือว่าเป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้เป็นอย่างดี ได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงจำนวนมากและยังคงเดินหน้าสร้างผลงานที่ดีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกับแนวเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองตามสไตล์ของตนเอง

Calvin Harris เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็น EDM Cash Kings อันดับ 1 ของโลกมานานถึง 6 ปี แต่ปัจจุบันได้ถูก The Chainsmokers แซงนำเป็นที่เรียบร้อย

 

Snake ดีเจสุดหล่อชาวฝรั่งเศสผู้มาพร้อมแว่นตาสุดเท่ห์ ชื่อจริงของเค้าคือ William Grigahcine แต่ที่ใช้ฉายาว่า Snake เพราะในวัยเด็กถือเป็นเด็กแสบคนหนึ่งที่มักจะก่อเรื่องวุ่นวาย และมักจะหลบหนีหายไปอย่างว่องไวราวกับงูนั่นเอง

ดีเจสเนกเป็นโปรดิวเซอร์และศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมาแล้วมากมาย ยิ่งถ้าใครเคยได้ไปชมการแสดงสดของเค้าก็จะยิ่งตกหลุมรักกับฝีไม้ลายมือรวมถึงบุคลิกเดือดๆ กวนๆ ของเค้า

 

Oliver Heldens โปรดิวเซอร์และดีเจหน้าหล่อหุ่นหมีชาวดัตซ์ ได้เซ็นต์สัญญากับค่ายเพลงอย่าง Spinnin’ Records ตั้งแต่อายุ 17 ปี ในเวลาต่อมาเพลงของเขาอย่าง Gecko ถูกปล่อยออกมาตอนเขาอายุ 18 ซึ่งกลายมาเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ของ DMC Magazine Buzz Chart และอันดับ 2 ของ Beatport’s Main Top 100 จนปัจจุบันเขาได้ร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ มากมาย นอกจากนั้นยังเคยเป็นดีเจอันดับ 7 ของโลกจากลิสต์ของ DJ Mag’s Top 100 ในปีนี้อีกด้วย

 

Yellow Claw คู่ดูโอ้ชาวเนเธอร์แลนด์ที่ประกอบไปด้วย Nizzle และ Jim Aasgier ทั้งคู่เป็นดีเจและโปรดิวเซอร์ ส่วนผสมดนตรีของวงนี้นอกจากมีดนตรี Trap เป็นหลักแล้ว ยังนำดนตรีแนวอื่นๆมาบวกเข้าด้วยกัน เช่น Hip Hop, Dubstep และ Hardstyle ซึ่งถือว่าเป็นส่วนผสมที่หลากหลายแต่ลงตัว

ชื่อของ Yellow Claw เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างในปี 2010 จากการเล่นงานปาร์ตี้ ณ ไนท์คลับชื่อดังในเมืองอย่าง the Jimmy Woo จากนั้นในปี 2012-2013 พวกเขาเริ่มทำเพลงจนติดชาร์ทในดัตซ์และเบลเยี่ยม นอกจากนั้นยังตระเวนเล่นตามเฟสติวัลในบ้านเกิดของตัวเอง เช่น DirtyDutch Festival, Sneakerz Festival และยังเคยมาเล่นในเมืองไทยหลายงานทั้ง Road to Waterzonic, Road to Fullmoon, Fullmoon Live in BKK และ S2O Songkran Music Festival เป็นต้น

 

ปิดท้ายกันด้วยดีเจมาดนิ่งลูกครึ่งอิตาเลี่ยน-สวีดิช ที่ผ่าน Main Stage ของงาน EDM ระดับ TOP ของโลกมาแล้วทุกงาน ไม่ว่าจะเป็น Ultra, Coachella, Electric Daisy Carnival, และ Tomorrowland

นอกจากนี้ MTV ยังเคยมอบตำแหน่ง “EDM Rookies to Watch” ให้กับ Alesso ในปี 2012 ขณะที่นักร้องระดับตำนานอย่าง Madonna เลือก Alesso ไปเล่นเปิดใน MDNA ทัวร์ของเธอ พร้อมกับบอกว่า Alesso จะเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญของดนตรีแด้นซ์ในอนาคต “the next big thing in dance music.”

 

Powered by MakeWebEasy.com